การฆาตกรรมครั้งแรกของโลก

🕍 พระคัมภีร์ไบเบิ้ลเล่าถึงเหตุการณ์นี้ ทันทีหลังจากอาดัมและเอวา(อีฟ) ออกจากสวรรค์ มาอยู่ในโลก ทำให้เป็นบาปแรกของมนุษย์ที่กระทำเมื่อมาอยู่ในโลก

🕍 ลูกสองคนพี่น้องของอาดัมและเอวา คือกาอินและอาเบล กาอินทำการฆ่าน้องชายตนเอง

🕍 ความเจ็บปวดที่สุดของคนเป็นพ่อแม่คือลูกที่ตนรักหันมาฆ่ากัน

🕍 เลือดข้น ของอาเบลฟ้องทวงความยุติธรรมจากพระเจ้า

(1ยอห์น 4:20)ถ้าใครกล่าวว่า “ข้าพเจ้ารักพระเจ้า” แต่ใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน เขาเป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่มองเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่มองไม่เห็นไม่ได้.

การฆาตกรรมพี่น้องกันเอง ปรากฎในธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด โดยหลักแล้วก็เพื่อแย่งชิงความรักและการเอาใจใส่จากพ่อแม่ โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดความขาดแคลนของทรัพยากรตัวที่แข็งแรงเท่านั้นจะรอด ซึ่งเป็นนิสัยสันดานพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัวเองก่อนคนอื่น ดังนั้นหากไม่เรียนรู้ที่จะรัก แบ่งปัน ให้อภัย ธรรมชาติของมนุษย์ย่อมนำมาซึ่งการแย่งชิงและการฆ่าอย่างแน่นอน พระคัมภีร์ไบเบิ้ลจึงเล่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก เพราะมนุษย์จะอยู่รอดได้ต้องอาศัยพึ่งพากัน หากกัดกินกันเองเมื่อใด ย่อมพากันพินาศ ไม่ว่าจะคนในครอบครัว หรือคนในประเทศเดียวกันก็ตาม

(กาลาเทีย 5:14-15) เพราะว่า พระบัญญัติทั้งสิ้นนั้นสรุปได้เป็นคำเดียว คือว่า ‘จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง’ แต่ถ้าท่านกัดและกินเนื้อกันและกัน จงระวังให้ดีเกรงว่าท่านจะทำให้กันและกันย่อยยับไป

🕊️ เรื่องราวของกาอินและอาเบล 🕊️

ปรากฎในหนังสือ ปฐมกาลบทที่4 ข้อ4-16 หลังจากมนุษย์คู่แรกต้องมาอยู่ในโลก เอวาก็กำเนิดบุตรคนแรกชื่อ กาอิน และน้องชายชื่อ อาเบล กาอินนั้นเพาะปลูก อาเบล นั้นเลี้ยงสัตว์ แต่แล้วจุดแห่งความขัดแย้งก็เกิดขึ้น เมื่อทั้งสองถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า พระเจ้าพอพระทัยเครื่องบูชาของคนน้องคือ อาเบล แต่ไม่พอพระทัยของกาอิน กาอินก็ทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ

พระคัมภีร์ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมพระเจ้าไม่พอพระทัยเครื่องบูชาของกาอิน หรือกาอินทำผิดในจุดไหน แต่พระวาจาที่พระเจ้าตรัสแก่กาอินที่หน้าหงิกคว่ำปากอยู่นั้นชัดเจนมาก

(ปฐมกาล4:6-7)พระยาห์เวห์จึงตรัสถามคาอินว่า “ทำไมเจ้าโกรธ? ทำไมหน้าเจ้าบูดบึ้ง? ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ? ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้น”

พระคัมภีร์ไม่เขียนว่ากาอินทำผิดอย่างไร เพราะมันไม่สำคัญว่าผิดเรื่องอะไร เพราะบทนี้กำลังบอกเราว่าไม่ว่าจะผิดหรือบาปเรื่องอะไร ก็เหมือนกันคือ ถ้าทำผิดก็ทำให้ถูกเสีย ไม่ใช่วีนเหวี่ยงโทษอย่างอื่นหรือโทษพระเจ้า พระเจ้าตรัสชัดเจนว่า ถ้าเจ้าทำดีเราก็ยอมรับเหมือนกัน ไม่ได้ทรงอคติหรือลำเอียง

ที่สำคัญสังคมยิวไม่ต่างกับสังคมจีน บุตรชายคนโตนั้นสำคัญที่สุดและได้มรดกทั้งหมด แต่ในเรื่องราวนี้ แม้บุตรชายคนโตสำคัญที่สุด แต่ถ้าทำผิดทำไม่ดี พระเจ้าก็ไม่พอพระทัย แต่พอพระทัยคนน้องที่ทำดีมากกว่า ดังนั้นแม้มนุษย์เลือกที่รักมักที่ชังคนในครอบครัวด้วยสถานะหรือเพศ แต่พระเจ้าเลือกรักคนดีคนชอบธรรม และแม้เคยทำผิดถ้าเพียงกลับมาทำดีพระเจ้าก็ยอมรับด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดเรียบง่ายมากและควรจะจบลงตรงนี้ แต่กาอินกลับทำบาปมหันต์ โดยลวงน้องชายแท้ๆของตนไปฆ่าทิ้งในทุ่งนา !!!

แทนการปรับปรุงตัวให้ดี เขาเลือกกำจัดคู่แข่งของเขาเสีย น่าประหลาดใจ ทุกวันนี้มนุษย์ก็ยังเป็นเช่นนี้ ยังคงใช้ตรรกะ Loser ขี้แพ้ชวนตี อย่างที่ทำมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ คือ แทนการปรับปรุงตัว หรือทำให้ดีขึ้น เพื่อให้เป็นที่ยอมรับหรือถูกเลือก กลับฆ่า ทำลาย กำจัดคนที่เป็นคู่แข่งตนเองแทน

❣️ เลือดข้น ของอาเบล ❣️

เมื่อกาอินฆ่าน้อง พระเจ้าก็ถามกาอินว่า น้องเจ้าไปไหนเสียแล้ว กาอินกลับกวนพระบาทพระเจ้าโดยตอบประชดประชันว่า ข้าจะไปรู้ได้ไงข้าไม่ใช่คนดูแลเขานี่

เมื่อชัดเจนว่ากาอินไม่สำนึก พระเจ้าจึงเปิดเผยว่า เลือดของอาเบลร้องหาความเป็นธรรมถึงสวรรค์

 โทษของกาอิน 

หลายคนคงคิดว่า คำสอนจากพระคัมภีร์โบราณเช่นนี้ สงสัยจะประหารกาอินแน่ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่

พระเจ้าไม่ใช้วิธีเลือดล้างเลือด และไม่อนุญาตให้มนุษย์คนไหนมอบโทษประหารแก่กาอินผู้เป็นฆาตกร

พระเจ้าลงโทษกาอินให้เขาต้องทำงานอย่างยากลำบากพืชผลไม่งอกเงย และยังทำเครื่องหมายที่ตัวกาอินเพื่อปกป้อง ห้ามใครเป็นศาลเตี้ย ฆ่าเขาเพื่อลงโทษความผิดร้ายแรงนี้ ดังนั้นแม้มนุษย์จะคิดว่าการฆ่าเป็นบาปและความผิด แต่พระเจ้าไม่ได้สนับสนุนให้มนุษย์ทำการฆ่าต่อไปเรื่อยๆ แม้จะเพื่อลงโทษคนที่เป็นฆาตกรก็ตาม เพราะมันก็คือการเพิ่มจำนวนการฆ่าที่มนุษย์ไม่ได้มีสิทธิ์กระทำเช่นกัน

🕊️ อาเบลและพระเยซู 🕊️

ในพระธรรมใหม่ น.เปาโล เปรียบเทียบอาเบลกับพระเยซู ผู้บริสุทธ์ที่ถูกฆ่าเพราะความอิจฉาริษยาเช่นกัน ทั้งอาเบลและพระเยซูเป็นที่รักของพระเจ้า กลับถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด เหล่าฟาริสีและธรรมาจารย์ที่เคยถูกพระเยซูตำหนิ แทนที่จะปรับเปลี่ยนหรือสำนึก กลับเลือกที่จะฆ่าคนที่ชี้ผิดตัวเองแทน จนปัจจุบัน มนุษย์ก็ยังคงเป็นเช่นนี้ เรายังคงเห็นอยู่เสมอ ที่คนที่มีอำนาจในสังคมหวาดกลัวคนชี้ผิด แทนที่จะปรับปรุงแก้ไขความผิด กลับกำจัดคนที่มาชี้ผิดตัวเองแทน แล้วหน้าด้านทำผิดต่อไป

🕊️ พระคัมภีร์เก่าแต่ไม่เก่า 🕊️

“ทำไมเจ้าโกรธ? ทำไมหน้าเจ้าบูดบึ้ง? ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ? ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้น”

ทุกวันนี้มนุษย์ยังเหมือนเดิม คำถามที่พระเจ้าถามตั้งแต่ครั้งนั้น ยังคงถูกถามซ้ำไปมา เมื่อมนุษย์ไม่ยอมรับความผิดของตน ไม่ยอมรับข้อบกพร่อง ไม่คิดปรับปรุงตัว ไม่คิดเอาชนะความบาป ไม่คิดแก้ไขตนให้ดีขึ้น เมื่อเกิดสิ่งที่ไม่ดี ไม่มีใครรัก หรือคนอื่นไม่ยอมรับ กลับไม่พอใจ โกรธแค้นทุกสิ่ง อิจฉาทุกอย่าง กล่าวโทษว่าพระเจ้าไม่ยุติธรรม คิดว่าคนอื่นแหละผิดที่ไม่ยอมรับฉัน

แล้วบางคนก็ลุกลามไปอิจฉาริษยาคนอื่น ที่ได้ดีกว่าตนเอง ไม่ยอมรับว่า การที่ตัวเองไม่ได้รับการยอมรับเกิดจากการกระทำตัวเอง กลับไปโทษไปเกลียดคนอื่นที่ทำดีกว่า คิดโง่เขลาว่า ถ้าทำลายเขาแล้วตัวเองจะได้มาแทนที่

ทั้งที่จริง ถ้าเราทำไม่ดี ต่อให้เหลือเราคนเดียว พระเจ้า โลกหรือคนอื่น ก็ไม่จำเป็นต้องยอมรับหรือชื่นชอบสิ่งแย่ๆที่เหลืออยู่จากการกำจัดคู่แข่งแต่อย่างใด

วิธีคิดเช่นนี้จึงบั่นทอนทุกอย่างและสังคมทั้งหมด วิธีที่สร้างสรรค์ควรเป็นแข่งกันทำถูกทำดี พยายามทำดียิ่งขึ้นแก้ไขสิ่งผิดของตนเพื่อชนะใจคนอื่นๆ แล้วเมื่อเราทำดีก็จะมีคนเห็นความดีของเราเอง และยอมรับเรา แล้วสังคมที่มีแต่คนแข่งกันสร้างสรรค์แข่งกันทำดีก็จะเจริญรุ่งเรืองโดยไม่ต้องทำลายกันเลย

 

cr. www.facebook.com/holysmn

 

ภาพ-The First Mourning (Adam and Eve mourn the death of Abel); oil on canvas 1888 painting by William-Adolphe Bouguereau

Spread the love

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Top