ประสบการณ์การช่วยกู้และตอบคำอธิษฐานจากพระเจ้า

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เดือนตุลาคม ค.ศ.1942 เครื่องบิน B-17 ที่มีสิบเอกจอห์นนี่ บาร์เทค และ ร้อยเอกริคเก็นเบ็คเกอร์ อยู่ในเครื่องลำนั้น พวกเขากำลังปฏิบัติการภารกิจลับ โดยไม่คาดฝันเครื่องบินตกลงกลางมหาสุมทรแปซิฟิกและหายสาบสูญไป ทางกองทัพไม่รู้ชะตากรรมเป็นตายร้ายดีประการใด

สิบเอกบาร์เทคเล่าถึงประสบการณ์ลอยคอกลางมหาสมุทรลึกนาน หลายวัน เขาเล่าถึงพลังการอธิษฐานไว้ว่า “ทันทีที่เราขึ้นไปบนแพได้โดยพระคุณของพระเจ้า เราก็ตระหนักว่าเราไม่สมควรได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าเลย เราจึงใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงสารภาพบาปซึ่งกันและกันต่อพระเจ้า เราอธิษฐาน แล้วพระองค์ก็ทรงตอบ“ บาร์เทคเล่า “นี่คือเรื่องจริง เราต้องการน้ำดื่มและก็ได้รับน้ำเท่าที่จำเป็น แล้วเราขอปลาก็ได้รับปลา และได้รับเนื้อเมื่อเราอธิษฐาน เจ้านกนางนวลเหล่านั้นมันไม่ไปไหนเลยยืนเกาะบนหัวของเรา ปล่อยให้เราจับมันฆ่ากิน ซึ่งปกติมันจะไม่ทำแบบนี้เลย ในวันที่สิบเอ็ดมีเครื่องบินผ่านมา เราดีใจร้องลั่นเหมือนเด็ก ๆ ทันใดนั้นผมก็อธิษฐานกับพระเจ้าและพูดว่าถ้าพระองค์โปรดให้มีเครื่องบินสักลำหนึ่งบินกลับมารับเรา ข้าพระองค์จะเชื่อในพระองค์และจะป่าวประกาศกับทุกๆคน เครื่องบินลำอื่นๆ บินเลยผ่านไป แต่ลำนั้นกลับมารับเราจริง ๆ มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือนี่? เปล่าเลย พระเจ้าทรงส่งมันกลับมารับเรา”

หลังจากรอดชีวิต สิบเอกบาร์เทคได้ลาออกจากราชการทหาร มาช่วยงานด้านพันธบัตรสงคราม และเดินสายทั่วประเทศเล่าถึงเหตุการณ์ลอยคอกลางมหาสมุทรลึก ในปี 1943 บาร์เทคเขียนหนังสือเรื่อง Life out there เล่าถึงประสบการณ์การช่วยกู้และตอบคำอธิษฐานจากพระเจ้า บนแพลำนั้นที่เขาและเพื่อนใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงในการอธิษฐานและสารภาพบาปต่อพระเจ้า และเห็นถึงการอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงตอบคำเหล่านั้นที่เขาร้องทูล

Cr : ร่มเย็น นครราชสีมา

Spread the love

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Top